วิธีเลือกบริษัท รับดูแลสวนรายเดือน สำหรับพื้นที่ส่วนกลางคอนโดและอาคารสำนักงาน
การจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวที่ร่มรื่น ถือเป็นการลงทุนที่สร้างมูลค่ามหาศาลให้กับคอนโดมิเนียมและอาคารสำนักงาน แต่สิ่งที่จะชี้วัดว่าการลงทุนนั้นจะคุ้มค่าหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสามารถของทีมงานที่เข้ามาบำรุงรักษา
การตามหา ทีมงานดูแลสวนคอนโด อาจดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย เพราะมีผู้ให้บริการมากมายในท้องตลาด แต่การหาบริษัทที่มีความรับผิดชอบ ทำงานอย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับระเบียบของอาคารขนาดใหญ่นั้นกลับเป็นเรื่องท้าทาย บทความนี้จะนำเสนอวิธีการคัดเลือกบริษัทดูแลสวน เพื่อให้คณะกรรมการนิติบุคคลและผู้บริหารอาคารใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ
1. ตรวจสอบประสบการณ์และผลงานที่ผ่านมา (Track Record)
ประสบการณ์คือด่านแรกที่ต้องพิจารณา การดูแลสวนในคอนโดมิเนียมแตกต่างจากการดูแลสวนในบ้านเดี่ยวอย่างสิ้นเชิง เพราะมีพื้นที่กว้างขวาง มีต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ และมีข้อจำกัดในการทำงานมากมาย
- ควรขอดูแฟ้มผลงาน (Portfolio) ว่าบริษัทนี้เคยให้บริการกับอาคารหรือโครงการระดับใดมาบ้าง
- ระยะเวลาที่เปิดดำเนินการ หากเป็นบริษัทที่เปิดมานาน ย่อมแสดงถึงความมั่นคงและความเป็นมืออาชีพในการแก้ปัญหาหน้างาน
- การที่บริษัทเคยมีส่วนร่วมดูแลอาคารสำนักงานชั้นนำ อย่างเช่นอาคารสาทรธานี ถือเป็นเครื่องการันตีถึงมาตรฐานการทำงานในระดับสูงได้เป็นอย่างดี
2. มีทีมงานประจำ (In-house Team) ไม่ผ่านซับคอนแทรค
หลายบริษัทรับงานจากลูกค้ามาแล้วไปจ้างผู้รับเหมาช่วง (Sub-contractor) อีกทอดหนึ่ง ซึ่งมักจะก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย เช่น พนักงานเข้าทำงานไม่ตรงเวลา ทิ้งงาน หรือควบคุมมาตรฐานการตัดแต่งไม่ได้ การเลือกบริษัทที่มี "หน่วยงานบริการเป็นของตนเอง" จะช่วยขจัดปัญหานี้ได้อย่างสิ้นเชิง การมีพนักงานประจำทำให้สามารถอบรมทักษะ ควบคุมพฤติกรรม และสั่งการได้อย่างรวดเร็ว หากเกิดปัญหาฉุกเฉิน เช่น กิ่งไม้หักโค่นหลังพายุ บริษัทสามารถส่งทีมงานของตนเองเข้ามาจัดการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที
3. มีมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานอย่างเคร่งครัด (Safety Standards)
ความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ประนีประนอมไม่ได้เด็ดขาดเมื่อทำงานในพื้นที่ส่วนรวม
- ความปลอดภัยของพนักงาน: บริษัทต้องมีการจัดหาชุดปฏิบัติงานที่รัดกุม รองเท้าเซฟตี้ แว่นตากันสะเก็ด และถุงมือให้กับพนักงานทุกคน
- ความปลอดภัยของอุปกรณ์: เครื่องตัดหญ้า เลื่อยยนต์ ต้องมีสภาพสมบูรณ์ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือเสียงดังเกินกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
- ความปลอดภัยด้านสารเคมี: ต้องมีการระบุชัดเจนว่าจะใช้สารเคมีหรือปุ๋ยประเภทใด และมีขั้นตอนการฉีดพ่นที่ไม่เป็นอันตรายต่อลูกบ้านและสัตว์เลี้ยงในโครงการ
4. ความสามารถในการทำงานร่วมกับทีมนิติบุคคล
การดูแลพื้นที่ส่วนกลางต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย บริษัทรับจัดสวนที่ดีจะต้องสามารถทำงานสอดประสานกับผู้จัดการอาคาร ทีมนิติบุคคล และฝ่ายวิศวกรรมอาคารได้อย่างราบรื่น บริษัทที่ให้บริการครบวงจรแบบ Total Facility Management มักจะได้เปรียบในจุดนี้ เพราะมีระบบการจัดการที่เชื่อมโยงกัน ทำให้การรายงานผล การประเมินพื้นที่ และการแก้ไขปัญหาจบลงได้ในจุดเดียวโดยไม่ต้องเสียเวลาประสานงานหลายทอด
สรุป
การคัดเลือกพันธมิตรเข้ามาดูแลพื้นที่สีเขียว คือการตัดสินใจเพื่อปกป้องภาพลักษณ์และยกระดับสภาพแวดล้อมของการอยู่อาศัย การเลือกบริษัทที่มีความพร้อมทั้งประสบการณ์ ทีมงาน และความปลอดภัย จะช่วยให้นิติบุคคลหมดความกังวลและสามารถโฟกัสกับการบริหารงานด้านอื่นได้อย่างเต็มที่
มองหาบริษัทบริหารอาคารที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดภูมิทัศน์อยู่ใช่ไหม? บริษัท เอส ที เอ็ม เอส จำกัด (STMS) พร้อมตอบโจทย์ด้วยประสบการณ์บริหารอาคารกว่า 3 ทศวรรษ เรามีฝ่ายดูแลรักษาสวนเป็น In-house Team ของตนเอง ทำงานสอดคล้องกับระเบียบการของอาคารชั้นนำอย่างเคร่งครัด ช่วยยกระดับและเพิ่มมูลค่าพื้นที่ส่วนกลางของคุณได้อย่างแท้จริง สนใจรับคำปรึกษา ติดต่อทีมงาน STMS เพื่อขอประเมินพื้นที่และรับข้อเสนอได้โดยตรง